| Songchai, Chucharoen fight over three Sit O fighters |
| Written by Varut, Editor: Wissawa | |
| Sunday, 11 October 2009 | |
|
Chucharoen Rawee-aramwong Songchai Ratanasuban
Rival promoters Songchai Ratanasuban and Chucharoen Rawee-aramwong are engaging in a new dispute over three fighters from the Sit O camp. Songchai quickly followed his rival to the Sit O camp in Buri Ram province only to find that it was too late to stop the deal. The fighters may soon replace the “Sit O” part in their ring names with “Chuwattana”, reflecting their new allegianc So far, Chucharoen allowed the three to fight in the recent event held by Songchai, but said Songchai must approach him if he wants the fighters in his next event. However, Songchai also said Chucharoen should be the one who makes the initiative if he wants them fight in the event.Both promoters are claiming rights over the fighters, and the dispute will likely need to be settled by the boxing authorities, who will base their decision on documents and other evidence. Despite the never-ending squabbles, there is also some positive aspect in their relationship. Chucharoen reportedly helped delivering Songchai to the hospital when the latter was found unconscious in the toilet. Source: Muay Siam ต้องตัดสินด้วยหลักฐาน กรณีนักมวยในสังกัดของเสี่ยงโอประกอบด้วย พลังพล-ไข่มุกดำ-ไข่มุกขาวยังคงอึมครึม หาบทสรุปยังไม่ได้ว่า ในที่สุดแล้ว 3 นักชกดังกล่าวจะขึ้นชกศึกไหนและกับโปรโมเตอรืคนใดกันแน่? "บิ๊กซ้งหรืออั้งม้อ" ปัญหาความขัดแย้งระหว่างโปรโมเตอร์ ทรงชัย รัตนสุบรรณ กับ โปรโมเตอร์ชูเจริญ รวีอร่ามวงศ์ ต้องยอมรับความจริงว่าคนคู่นี้เขาทะเลาะกัน-ดีกัน มานับสิบๆ ครั้งแล้ว เคยร้องเพลงด้วยกัน ดื่มไวน์ด้วยกัน (ถึงขนาว่าครั้งหนึ่ง "บิ๊กซ้ง" ไม่รู้เครียดเรื่องอะไร นอนสลบไสลไม่ได้สติในห้องน้ำ ทาง "อั้งม้อ" ตั้งช่วยประคองร่างอันหมดสติ ส่งโรงพยาบาลให้หมอช่วยชีวิตมาแล้ว) แต่คู่นี้จะว่าไปก็เหมือนลิ้นกับฟันมวยสยามเคยลงข่าวไปแล้วไม่รุ้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนกระทั่งทุกวันนี้ทั้งคู่อายุปาเข้าไป 60 กว่าแล้ว แต่ว่ากลับมาเกิดเรื่องขัดแย้งกัยขึ้นมาอีก แต่คราวนี้ดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสกว่าทุกครั้ง หากติดตามข่าวมาโดยตลอดซึ่งเราคงไม่ต้องฟื้นฝอยหาตะเข็บ เอาเป้นว่าหลังรายการมวยยกทีม ทาง "อั้งม้อ" ดอดขึ้นไปหาเสี่ยโอถึงค่ายที่บุรีรัมย์ เรียกว่าเดินทางกันตอนดึกดื่น ไปถึงเอาตอนเช้า แล้วเซ็นสัญญาซื้อสามนักมวย โดยไปจดทะเบียนกับทางสำนักงานกีฬามวยจังหวัดบุรีรัมย์เรียบร้อยภายในครึ่งวัน ก่อนที่ "บิ๊กซ้ง" จะไหวตัวเดินทางตามไปภายหลัง แต่ว่าสายไปแล้ว เมื่อ "อั้งม้อ" ทำธุระเสร็จยกทีมงานกลับกรุงเทพฯ เรียกว่าสวนกันกลางทางก็คงได้ แม้ "บิ๊กซ้ง" จะตามไปทีหลัง แต่ตอนนั้นเสี่ยโอที่ป่วยอยู่ก็ออกลูกมึน จำอะไรไม่ได้ ต่อให้ถูกโปรโมเตอร์ใหญ่ต่อว่ายังไงก็ "มึนลูกเดียว" ทว่า "อั้งม้อ" ยังรักาาสัญาที่ให้ไว้กับเสี่ยโอว่าให้หนักมวยทั้งสามารถรายชึ้นชกในศึกวันทรงชัยอีกคนละไฟต์ ซึ่งก็ได้ขึ้นชกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหายังไม่จบ ยังมีการออกข่าวจากทั้งสองฝ่าย มีการจัดรายการวิทยุ มีการฮอตไลน์อยู่เนืองๆ โดยเฉพาะการปลุกกระแสจากมวลชนว่า "อั้งม้อ" ทำไม่ถูกในเรื่องนี้ เพราะสามนักมวยดังกล่าวทาง "บิ๊กซ้ง" เป้นคนสร้างขึ้นมาจนโด่งดัง โดนเฉพาะพลังพล กับไข่มุกดำนับจากเสี่ยโอ ลาออกจากโปรโมเตอร์ลุมพินี ก็นำมวยทั้งสองรายมาให้ "บิ๊กซ้ง" จัดโดยตลอด เรื่องค่าตัวนักมวยทั้งสองว่าทาง "อั้งม้อ" จะมีปัญญาจัดหรือไม่นั้น ย่อมไม่ใช่ประเด็น เพราะเมื่อลงทุนมาแล้วก็ต้องมาอยู่ในสังกัดแล้วต้องเปลี่ยนชื่อค่ายเป็นชูวัฒนะในกรุงเทพฯหรือว่าจะยังคงซ้อมที่ค่ายศิษย์โอที่บุรีรัมย์ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดย "อั้งม้อ" บอกว่าถ้าหากบิ๊กซ้งต้องการจัดนักมวยทั้งสามก้แจ้งได้ตลอดเวลา ในขณะที่บิ๊กซ้งก็ยอกเช่นเดียวกันว่าถ้าหาก "อั้งม้อ" ต้องการจัดนักมวยทั้งสามก้ให้แจ้งตนได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน เรียกว่าทั้งสองต่างถือสิทธิ์ในตัวนักมวยทั้งสาม บางทีเรื่องนี้อาจต้องไปตัดสินกันที่สำนักงานกีฬามวย ด้วยหลักฐานที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่ามีอยู่ในมือ จะบอกว่าเป็นของคนนั้นคนนี้เฉยๆ คงไม่ใช่ งานนี้จึงต้องว่ากันด้วยหลักฐานเท่านั้น ซึ่งผลการตัดสินออกมาอย่างไรก็ว่ากันด้วยกฏหมาย ทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับในผลการตัดสินที่ออกมา ถึงขั้นนั้น จึงน่าจะได้บทสรุปซะกันซะทีว่านักมวยทั้งสามรายจะชกศึกไหนกันแน่ ที่มา: มวยสยาม |
| < Prev | Next > |
|---|