| Sakai's grieving parents hope to see son 'for the last time' |
| Written by Varut | |
| Wednesday, 14 October 2009 | |
|
The grieving parents of the 20-year-old Thai boxer Sakai Jockeygym who passed away in Japan on Monday say they wish to see their son “for the last time” but they do not have money to pay for the body to be transported to their home in Udon Thani. Sakai fought Japan’s Kazuyoshi Niki in an in Fukuoka on October 12 and lost to the Japanese by technical knockout in round 10. He reportedly collapsed after the match and passed away three hours later at the hospital. The cause of death was reported to be brain hemorrhage. Sakai’s father Kling Wiangchai said he wants Sakai’s boxing gym to return his body to their home in the northeastern Thai province of Udon Thani. His mother Pui Wiangchai also wants to see her son “for the last time” but said she has no money to pay for the return of the body, which she wants to keep at home. “When I knew he died, I didn’t know what to do. I felt sorry for him and I felt so exhausted like I was in shock. I miss him very much. But my son has gone well. This was what he liked so I let him go. I am proud of that,” she said.
Source: Thai Rath
พ่อแม่ ‘ซาไก จ๊อคกี้ยิม’ รอรับศพลูกจากญี่ปุ่นกลับอุดรฯ หวังได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายแม้ไม่มีลมหายใจ เชื่อลูกคงภูมิใจในตัวเอง... จากกรณี วานนี้ (12 ต.ค.) “ซาไก จ๊อคกี้ยิม” นักชกดาวรุ่งวัย 20 ปีชาวจ.อุดรธานี ดีกรีรองแชมป์มวยไทยเวทีราชดำเนิน เสียชีวิตลงหลังขึ้นชกกับนักมวยชาวญี่ปุ่นที่เมืองฟูกูโอกะประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากร่างกายบอบช้ำหนักและมีเลือดคั่งในสมองนั้น วันนี้ (13 ต.ค.) ที่บ้านเลขที่ 18 ม.9 บ้านโนนทรายฟอง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี นายกลิ้ง เวียงชัย อายุ 58 ปี บิดาของซาไกกล่าวว่า เสียใจที่ลูกเสียชีวิตอย่างไรก็ตามอยากให้ค่ายมวยนำศพลูกกลับมาส่งให้ที่บ้าน ด้านนางปุย เวียงชัย อายุ 56 ปี มารดาของซาไก กล่าวว่าทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกเวลา 20.00 น. วานนี้มีคนโทรศัพท์มาบอกจากกรุงเทพฯ ซึ่งพอรู้ว่าลูกชายเสียชีวิตรู้สึกคล้ายจะเป็นลมเหมือนใจจะขาด เพราะเป็นข่าวไม่ดีคิดถึงลูก โดยก่อนหน้าลูกจะไปญี่ปุ่นโทรศัพท์มาหา จากนั้นไม่ได้ติดต่อกันอีก “พอรู้ว่าลูกตายทำอะไรไม่ถูกสงสารลูก รู้สึกเหนื่อยใจสั่นเหมือนจะช็อกเพราะคิดถึงลูกมาก แต่มีเพื่อนๆมาปลอบใจให้อดทน เพราะลูกไปดีแล้วชอบแบบนี้ปล่อยไป เมื่อเป็นแบบนี้ภูมิใจในตัวเองแล้ว” มารดาของนางซาไก กล่าว นางปุยกล่าวถึง เรื่องศพลูกชายว่ายังไมรู้จะมาถึงตอนไหน แต่ต้องการให้นำเป็นศพกลับมาไม่อยากให้เอากระดูกกลับสุดท้ายของชีวิตลูก แม่อยากเห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย อยากให้เอาศพมาไว้ที่บ้าน แต่เจ้าของค่ายยังไม่ติดต่อกลับมา จะให้ทำอย่างไรไม่มีใครโทรศัพท์มาบอกไม่มีเงินที่จะลงไปรับศพลูกชาย
จาก ไทยรัฐ
|
| < Prev | Next > |
|---|