| Muaythai museum opens in Bangkok |
| Written by Varut, Editor: Netnapa | |
| Friday, 12 February 2010 | |
|
Thailand’s new National Muaythai Museum at the national stadium in Bangkok has officially been opened on February 10. The opening ceremony was held as part of the 73th anniversary of the national stadium and was attended by a large number of local dignitaries who enjoyed watching bouts of youth fighters as well as muaythai and boxing legends like Samart Payakaroon, Saen Sor Ploenjit and Denkaosan Kaovichit. Samart, who held four muaythai titles in 1980s and WBC super bantamweight belt in 1986-1987, said he was once trained at the exact sport that has become today’s muaythai museum. He said he and other former muaythai fighters were proud and moved to see the museum there. Olympic medalist boxer and muaythai fighter Somluck Kamsing showed up at the event too late for his planned bout, saying he overslept. Director of Office of Sports and Recreation Development Sombat Kurupan, who was the organizer of the opening event, said his office would continue to promote Thailand’s national stadium as well as key sport figures. The office is currently employing Saen, a former world champion, as muaythai trainer and is looking to promote him to an official post. เปิดแล้วพิพิธภัณฑ์มวยไทยแห่งชาติ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กุมพาพันธ์ พ.ศ.2553 พิพิธภัณฑ์มวยไทยแห่งชาติ ก็ได้ฤกษ์ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการขึ้นเสียที ณ บริเวณ ใต้ถุนสนามศุภชลาศัย ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติมากมายที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในงานครบรอบ 73 ปี ของสนามศุภชลาศัยอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์มวยไทยแห่งชาติ มีอนุสาวรีย์นายขนมต้ม ตั้งตระหง่ายอยู่ พร้อมข้อมูลรูปภาพชีวประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงข้องเกี่ยวกับมวยไทย ตลอดจนยอดนักมวยไทยและแชมป์โลกชาวไทย จารึกไว้ให้ผู้สนใจเยี่ยมชมมากมาย ในงานนอกจากมีการโชว์ศิลปมวยไทยรุ่นเยาว์แล้ว ยังมีอดีตนักชกคนดังผู้เป็นตำนานอย่างสามารถ พยัคฆ์อรุณ,วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น,แสน ส.เพลินจิต และ เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม ไปร่วมวาดลวดลายพิษสงมวยไทยเรียกน้ำย่อยให้ผู้ชมในงานอีกด้วย ขณะที่สมรักษ์ คำสิงห์ นั้นตื่นสายรถติด จึงเดินทางมาร่วมงานไม่ทันได้โชว์ตัว แต่มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) อย่างนายสมบัติ คุรุพันธ์ ซึ่งเป็นแม่งานใหญ่ เผยว่าตนเองรู้สึกปลื้มใจและขอขอบคุณแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานครบรอบ 73 ปีของสนามศุภชลาศัยอย่างมากมาย พร้อมย้ำว่าทิศทางของสพก. ว่า จะขอเน้นความเป็นไทยที่มีทั้งปูชนียบุคคลทางด้านการกีฬาและนันทนาการ และปูชนียสถาน คือสนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติที่คงอยู่ตลอดไป ในส่วนของอดีตแชมป์โลกอย่าง แสน ส.เพลินจิต ปัจจุบัน ก็เป็นลูกจ้างชั่วคราวของ สพก. รับหน้าที่เป็นครูสอนมวยให้กับเยาวชนผู้สนใจทั่วไป ในอนาคตก็กำลังพิจารณาจะบรรจุเป็นลูกจ้างประจำ ซึ่งหากมีอดีตนักมวยคนอื่นๆพร้อมอุทิศตัวเราก็ยินดีต้อนรับ “พยัคฆ์หน้าหยก” สามารถ พยัคฆ์อรุณ ยอดมวยไทย 4 รุ่น และอดีตแชมป์โลกมวยสากล WBC เปิดใจ ในอดีตก็เคยฝึกมวยที่นี่ ใต้ถุนสนามศุภฯแห่งนี้ พอกลับมาสัมผัสอีกครั้ง เห็นเขาตกแต่งทำเป็นพิพิธภัณฑ์ อนุรักษ์ข้อมูลไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ตัวเราเองและนักมวยรุ่นเก่าๆ มาเห็นเข้าก็คงภูมิใจ และตื้นตันเหมือนกับผม มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของคนไทย ได้รับการอนุรักษ์เชิดชูเป็นพิพิธภัณฑ์มวยไทยแห่งชาติแล้ววันนี้ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี ทุกวันเวลาราชการ บริเวณอัศจันทน์ใต้ถุนสนามศุภชลาศัย |
| < Prev | Next > |
|---|